
ส่วนประกอบในอุปกรณ์บันทึกข้อมูล
อุปกรณ์สำหรับบันทึกข้อมูลแทบทุกชนิด จะแบ่งส่วนประกอบสำคัญเป็น 2 ส่วนได้แก่ (1) หน่วยขับเคลื่อน และ (2) สื่อบันทึก
หน่วยขับเคลื่อนหรือไดรว์ยูนิต เช่นเครื่องขับแผ่นดิสก์ ดิสก์ไดรว์ เครื่องขับเทปหรือเทปไดรว์ คือเครื่องสำหรับอ่าน-บันทึกข้อมูล ทำหน้าที่แปลงสัญญาณข้อมูลจากคอมพิวเตอร์มาเป็นสัญญาณสำหรับการบันทึกลงในสื่อ และในทางกลับกันจะอ่านสัญญาณที่บันทึกอยู่ในสื่อแปลงกลับไปเป็นข้อมูลส่งให้แก่คอมพิวเตอร์ ซึ่งมักจะใช้เครื่องมือทางกลช่วยในการเข้าถึงตำแหน่งเนื้อที่ที่เก็บข้อมูลจุดต่างๆ เช่น ใช้มอเตอร์ สายพาน แขนสำหรับยึดหัวอ่าน และใช้อุปกรณ์ในการอ่านบันทึกที่อาจใช้หลักการของแม่เหล็กไฟฟ้าหรือแสงในการอ่าน-บันทึก
ส่วนสื่อบันทึกหรือสโตเรจมีเดีย เป็นวัสดุที่สามารถบันทึกสัญญาณต่างๆ เก็บไว้ได้ สามารถถ่ายทอดสัญญาณผ่านหัวอ่านของหน่วยขับเคลื่อน ตัวอย่างของสื่อบันทึก เช่น แผ่นฟลอปปี้ดิสก์ แผ่นจานฮาร์ดดิสก์ที่อยู่ภายในไดรว์ ตลับหรือม้วนเทป อุปกรณ์บันทึกข้อมูลโดยส่วนใหญ่สามารถถอดสื่อบันทึกออกจากหน่วยขับเคลื่อนหรือตัวไดรว์ได้ บางชนิดสื่อกับไดรว์จะถูกติดตั้งไว้ด้วยกันไม่สามารถถอดออกได้ ได้แก่ ฮาร์ดดิสก์แบบตรึง (fixed disk) สำหรับฮาร์ดดิสก์นั้นก็มีชนิดที่สามารถถอดแผ่นดิสก์ออกได้ด้วยเรียกว่า ”ฮาร์ดดิสก์ที่ถอดออกได้” (removable harddisk)
ประโยชน์ของอุปกรณ์บันทึกข้อมูล
การนำอุปกรณ์บันทึกข้อมูลมาใช้งานในระบบคอมพิวเตอร์มีประโยชน์ที่สำคัญ 5 ประการคือ
1. เป็นหน่วยความจำรองที่สามารถเก็บทั้งข้อมูลและติดตั้งโปรแกรมสำหรับใช้งานในระบบคอมพิวเตอร์
2. เป็นอุปกรณ์สำหรับเก็บสำรองข้อมูลและโปรแกรมซึ่งสามารถนำกลับมาติดตั้งใหม่ได้หากโปรแกรมหรือข้อมูลในหน่วยความจำรองสูญหายหรือเสียหาย
3. เป็นสื่อในการถ่ายทอดข้อมูลไปยังระบบอื่นๆ ข้ามระบบคอมพิวเตอร์เพื่อให้ใช้ข้อมูลร่วมกันได้ และ
4. เป็นสื่อสำหรับการกระจายและเผยแพร่โปรแกรมและข้อมูล
5. ทำงานร่วมกับหน่วยความจำหลักเพื่อสร้างระบบหน่วยความจำเสมือน
หน้าที่ในการเป็นหน่วยความจำรองของระบบคอมพิวเตอร์เพื่อติดตั้งโปรแกรมและเก็บข้อมูลที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน เรามักจะใช้ฮาร์ดดิสก์ทำหน้าที่นี้ทั้งคอมพิวเตอร์ระดับใหญ่ เช่น เมนเฟรม ถึงระดับเล็กเช่นเครื่องพีซี เนื่องจากความสามารถที่ใช้เก็บข้อมูลได้ตลอดเวลาและมีความจุสูง ในยุคที่ฮาร์ดดิสก์ยังมีราคาแพงมากและขนาดของโปรแกรมต่างๆ ยังไม่ใหญ่มาก ในเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์เคยใช้ฟลอปปี้ดิสก์ทำหน้าที่เป็นหน่วยความจำรองที่เป็นอุปกรณ์หลักมาก่อนโดยไม่จำเป็นต้องมีฮาร์ดดิสก์ แม้กระทั่งในปัจจุบันเราก็ยังสามารถใช้โปรแกรมบนเครื่องพีซีที่ติดตั้งในแผ่นฟลอปปี้ดิสก์ได้เช่นกัน
การใช้สื่อบันทึกข้อมูลเป็นสื่อสำหรับเก็บสำรองข้อมูลเพื่อป้องกันการสูญหายหรือเสียหายของข้อมูลและโปรแกรม ในระบบที่ข้อมูลมีความสำคัญจะต้องมีการทำสำเนาข้อมูลจากหน่วยความจำรองเพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลสำรอง ควรมีการกำหนดระยะเวลาในการทำสำรองข้อมูลที่แน่นอน และมีแผนจัดการสำหรับการใช้สื่อที่เหมาะสมด้วย
การใช้คอมพิวเตอร์ที่กลายมาเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่สามารถลดเวลาทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพของงานต่างๆ ได้นั้น เราสามารถใช้สื่อบันทึกข้อมูลเพื่อนำข้อมูลที่ได้จากระบบคอมพิวเตอร์ส่งไปเป็นข้อมูลเข้าของระบบคอมพิวเตอร์ในหน่วยงานอื่น ที่ไม่ได้เชื่อมโยงเครือข่ายถึงกัน ทำให้ไม่ต้องพิมพ์ข้อมูลนั้นออกมาเป็นรายงานบนแผ่นกระดาษเพื่อส่งไปให้หน่วยงานอื่นใช้ ซึ่งจะต้องเสียเวลาในการพิมพ์เข้าไปใหม่ การส่งผ่านข้อมูลระหว่างระบบคอมพิวเตอร์ปัจจุบันทำได้ง่ายเนื่องจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันเป็นระบบเปิดมีการกำหนดมาตรฐานที่สามารถรับข้อมูลข้ามระบบคอมพิวเตอร์ที่มีความแตกต่างกันได้ และใช้ข้อมูลที่มาจากโปรแกรมประมวลผลที่แตกต่างกันได้ด้วย
ตัวอย่างการใช้สื่อถ่ายทอดข้อมูลที่เห็นได้ชัดเจนในปัจจุบันก็คือธนาคารหลายแห่งรับข้อมูลในการโอนเงินเดือนพนักงานของบริษัทหรือกิจการ โดยให้บริษัทเหล่านั้นส่งข้อมูลในแผ่นฟลอปปี้ดิสก์หรือเทปข้อมูลไปยังธนาคาร ข้อมูลเหล่านี้จะมีรูปแบบตามที่ธนาคารได้กำหนด แต่บริษัทอาจจะเตรียมข้อมูลเหล่านั้นด้วยโปรแกรมใดๆ ที่ทำงานในคอมพิวเตอร์แตกต่างชนิดกัน โดยส่วนใหญ่มักจะมีโปรแกรมระบบเงินเดือนที่สามารถส่งข้อมูลตามรูปแบบที่ธนาคารกำหนดออกมาบนแผ่นฟลอปปี้ดิสก์หรือเทปได้ และธนาคารก็สามารถนำฟลอปปี้ดิสก์หรือเทปอ่านข้อมูลเข้าไปประมวลผลด้วยระบบประมวลผลของธนาคารซึ่งมักจะใช้เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ เพื่อทำการโอนเงินเดือนเข้าบัญชีเงินฝากของพนักงานบริษัทแต่ละรายได้
ในระยะปัจจุบันนี้ซีดีรอมเป็นสื่อที่นิยมใช้เพื่อการเผยแพร่โปรแกรมมากที่สุดเนื่องจากเหตุผลหลายประการ ได้แก่
1. แผ่นซีดีรอมมีความจุสูงสามารถบันทึกโปรแกรมใหม่ๆ ที่มักมีขนาดใหญ่ได้ในแผ่นเดียว หากใช้ฟลอปปี้ดิสก์จะต้องใช้จำนวนแผ่นมากมาย
2. ต้นทุนของแผ่นซีดีรอมมีราคาในการผลิตถูก ค่าผลิตต่อแผ่นมีราคาเพียงประมาณ 30-50 บาท
3. เครื่องอ่านแผ่นซีดีรอมกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์หลายระดับแล้วโดยเฉพาะสำหรับเครื่องพีซี ในขณะที่เครื่องขับเทปนั้นยังไม่มีมาตรฐานและมีราคาแพง 
4. วิธีการเก็บบันทึกในแผ่นซีดีรอมใช้แสงในการอ่านข้อมูลทำให้ข้อมูลไม่สูญหายหรือเสียหายได้ง่าย ไม่เสื่อมสภาพไปตามเวลา และหัวอ่านก็ไม่มีการสัมผัสเสียดสีกับแผ่นบันทึกข้อมูล จึงมีอายุการใช้งานนับร้อยปี และ การอ่านข้อมูล โปรแกรม เข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ก็มีความเร็วที่ยอมรับได้ เวลาที่ใช้ในการอ่านด้วยเครื่องขับนั้นมีการพัฒนาให้มีความเร็วมากขึ้นกว่าเครื่องอ่านที่ผลิตในระยะต้นถึง 30-40 เท่า จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจว่าโปรแกรมที่ขายกันอยู่ในปัจจุบันจะถูกบันทึกอยู่ในแผ่นซีดีรอม แต่ในอนาคตแผ่นดีวีดี จานแสงที่มีขนาดแผ่นเท่ากันกับซีดีรอมแต่สามารถจุข้อมูลได้มากกว่านับ 10 เท่าจะกลายเป็นสื่อที่ใช้ถ่ายทอดโปรแกรมแทนภายในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า
เหตุที่มีการสร้างระบบหน่วยความจำเสมือนเนื่องจากความต้องการในการใช้คอมพิวเตอร์ให้เกิดความคุ้มค่าที่สุดด้วยการทำงานหลายงานได้พร้อมกัน ซึ่งจะต้องอาศัยหน่วยความจำจริงที่มีขนาดใหญ่ แต่ด้วยราคาต่อความจุของหน่วยความจำแรมที่มีราคาแพงจึงนำหน่วยบันทึกข้อมูลที่เข้าถึงข้อมูลได้โดยตรงคือดิสก์ที่มีราคาต่อความจุถูกกว่าแรมหลายสิบเท่า มาใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยใช้กลไกเพื่อสร้างการประสานงานกันและจะต้องไม่ให้ข้อด้อยของดิสก์คือความเร็วในการทำงานที่ต่ำกว่าแรมนับหมื่นเท่ามาทำให้ระบบมีประสิทธิภาพที่ด้อยลงมาก การใช้งานหน่วยความจำร่วมกันได้เช่นนี้ทำให้เกิดลำดับชั้นของหน่วยความจำ (Storage Hierarchical) ภายในระบบคอมพิวเตอร์ ที่มีความจุ ความเร็ว ราคา เรียงลำดับกัน ได้แก่ หน่วยความจำแคช หน่วยความจำแรม หน่วยความจำรอง
แหล่งที่มา http://staff1.kmutt.ac.th/~sumet/combk/ch6/c613.htm



